
ในยุคที่คนทำงานต้องนั่งเป็นเวลานาน หรือมีกิจกรรมที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ อาการปวดและเกร็งของกล้ามเนื้อจึงเป็นปัญหาที่พบเจอได้บ่อยครั้ง ออร์เฟนาดรีนเป็นยาที่ใช้ในการรักษาอาการดังกล่าว และยังมีการใช้ร่วมกับพาราเซตามอลในสูตร “ออร์เฟนาดรีน+พาราเซตามอล” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวด
ออร์เฟนาดรีน เป็นยาในกลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxant) ที่ทำหน้าที่ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ ช่วยบรรเทาอาการปวดและความตึงของกล้ามเนื้อ ยานี้มักถูกใช้ร่วมกับการพักผ่อนและการทำกายภาพบำบัดเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
ออร์เฟนาดรีน ออกฤทธิ์อย่างไร?
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ของออร์เฟนาดรีนจะช่วยให้เราเข้าใจถึงประสิทธิภาพและข้อจำกัดของยานี้ได้ดีขึ้น ยานี้ออกฤทธิ์โดยการกระทำต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะที่สมองส่วน brainstem และ spinal cord ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ
ออร์เฟนาดรีนทำงานโดยการยับยั้งการส่งสัญญาณประสาทที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวมากเกินไป ผลของการออกฤทธิ์นี้ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายลง อาการปวดและความตึงลดลง และผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการต้าน acetylcholine (anticholinergic effect) ซึ่งช่วยเสริมฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อ
ยาออร์เฟนาดรีนใช้รักษาอะไรได้บ้าง?
ยาออร์เฟนาดรีนมีข้อบ่งใช้ที่หลากหลาย ซึ่งแพทย์จะพิจารณาใช้ตามอาการและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย การรู้จักข้อบ่งใช้เหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจถึงประโยชน์ของยานี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
บรรเทาอาการปวดและเกร็งของกล้ามเนื้อ
ข้อบ่งใช้หลักของออร์เฟนาดรีนคือการรักษาอาการปวดและเกร็งของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการบาดเจ็บหรือการใช้งานมากเกินไป อาการเหล่านี้มักพบได้ในผู้ที่ออกกำลังกายหนัก ทำงานหนัก หรือได้รับอุบัติเหตุ ยานี้ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ลดอาการปวด และช่วยให้การเคลื่อนไหวกลับมาเป็นปกติ
รักษาอาการปวดจากโรคออฟฟิศซินโดรม
ในยุคดิจิทัลที่คนทำงานนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาการปวดคอ ไหล่ และหลัง จากการทำงานเป็นปัญหาที่พบเจอได้บ่อยครั้ง ออร์เฟนาดรีนสามารถช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ดี โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการปรับเปลี่ยนท่าทางการทำงานและการออกกำลังกายที่เหมาะสม
บรรเทาอาการปวดหัวจากความเครียด
อาการปวดหัวที่เกิดจากความเครียดหรือความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ยังเป็นอีกหนึ่งข้อบ่งใช้ของออร์เฟนาดรีน ยานี้ช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าว ซึ่งมักเป็นสาเหตุของอาการปวดหัวแบบนี้ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้นและลดความถี่ของอาการปวดหัว
ข้อบ่งใช้อื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์
นอกจากข้อบ่งใช้หลักแล้ว แพทย์อาจพิจารณาใช้ออร์เฟนาดรีนในกรณีอื่นๆ เช่น การรักษาอาการปวดจากการอักเสบของข้อ การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบประสาทที่ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ การใช้ยาในกรณีเหล่านี้ต้องอยู่ภายใใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

รู้จักยา “ออร์เฟนาดรีน+พาราเซตามอล(Orphenadrine + Paracetamol)
การรวมกันของ “ออร์เฟนาดรีน+พาราเซตามอล” เป็นสูตรยาที่ได้รับความนิยมในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ เนื่องจากให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการใช้ยาแต่ละตัวเพียงอย่างเดียว การทำความเข้าใจถึงเหตุผลและประโยชน์ของการใช้ยาผสมนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงการรักษาได้ดียิ่งขึ้น
ทำไมต้องใช้ร่วมกัน? เสริมฤทธิ์กันอย่างไร?
การใช้ “ออร์เฟนาดรีน+พาราเซตามอล” ร่วมกันมีเหตุผลทางเภสัชวิทยาที่ชัดเจน ออร์เฟนาดรีนทำหน้าที่คลายกล้ามเนื้อและลดการหดตัวที่ผิดปกติ ในขณะที่พาราเซตามอลทำหน้าที่ลดอาการปวดและลดไข้ การใช้ร่วมกันทำให้ได้ประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดที่ครอบคลุมทั้งจากสาเหตุของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
ข้อดีของการใช้ “ออร์เฟนาดรีน+พาราเซตามอล” คือสามารถใช้ยาในปริมาณที่น้อยลงแต่ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาแต่ละตัวในปริมาณมาก และให้ความสะดวกในการรับประทานยาสำหรับผู้ป่วย
ตัวอย่างยี่ห้อในท้องตลาด
ในประเทศไทย ยาผสม “ออร์เฟนาดรีน+พาราเซตามอล” มีจำหน่ายในชื่อการค้าต่างๆ โดยที่รู้จักกันดีคือ Norgesic ซึ่งเป็นยาที่มีส่วนผสมของ Orphenadrine Citrate 35 มิลลิกรัม และ Paracetamol 450 มิลลิกรัม ต่อเม็ด ยี่ห้ออื่นๆ ที่มีจำหน่ายในตลาดก็มีส่วนผสมในอัตราส่วนที่คล้ายคลึงกัน
การเลือกใช้ยียี่ห้อใดควรปรึกษากับเภสัชกรหรือแพทย์ เนื่องจากแต่ละยี่ห้ออาจมีลักษณะเฉพาะ เช่น การละลาย การดูดซึม หรือสารเสริมที่แตกต่างกัน การใช้ยาตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยที่สุด
ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้ยาออร์เฟนาดรีน
การใช้ออร์เฟนาดรีนอย่างปลอดภัยต้องคำนึงถึงข้อควรระวังและข้อห้ามใช้ต่างๆ ดังนี้:
- ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่แพ้ยานี้ หรือมีประวัติแพ้ยาในกลุ่มเดียวกัน
- ระวังการใช้ในผู้สูงอายุ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงมากกว่า
- ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีโรคต้อกระจก (Glaucoma) เนื่องจากยาอาจทำให้ความดันในลูกตาเพิ่มขึ้น
- ระวังการใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาการขับถ่ายปัสสาวะ เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมลูกหมากโต
- ไม่ควรใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะเพิ่มผลข้างเคียงด้านการง่วงนอน
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากยาออร์เฟนาดรีน
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการใช้ออร์เฟนาดรีนมีดังนี้:
- ง่วงนอน เมื่อยล้า หรือสับสน
- ปากแห้ง คอแห้ง
- มีปัญหาการมองเห็น เช่น ตาพร่ามัว
- ท้องผูก หรือมีปัญหาการขับถ่าย
- เหงื่อออกน้อย อาจทำให้ร่างกายร้อนขึ้น
- วิงเวียนศีรษะ เวลาลุกขึ้นจากท่านั่งหรือนอน
- อาการคลื่นไส้ อาเจียน (พบได้น้อย)
- ผื่นแพ้หรือการระคายเคืองผิวหนัง (พบได้น้อย)
ปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่น (Drug Interactions)
ออร์เฟนาดรีนอาจมีปฏิกิริยากับยาอื่นๆ ที่ควรระวัง โดยเฉพาะยาที่มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยานอนหลับ ยาแก้แพ้ที่ทำให้ง่วง ยาแก้ปวดที่มีสารเสพติด หรือยาแก้วิตกกังวล การใช้ร่วมกันอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอนมากเกินไป
ยาที่มีฤทธิ์ต้าน acetylcholine เช่น ยาแก้เส้นประสาทพิการ ยาแก้โรคซึมเศร้าบางชนิด หรือยาแก้ท้องร่วง อาจเสริมฤทธิ์กับออร์เฟนาดรีนทำให้เกิดผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น เช่น ปากแห้งมาก ปัสสาวะออกลำบาก หรือท้องผูกรุนแรง
สรุปบทความ
ออร์เฟนาดรีนเป็นยาคลายกล้ามเนื้อที่มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดและเกร็งของกล้ามเนื้อ การใช้ร่วมกับพาราเซตามอลในสูตร “ออร์เฟนาดรีน+พาราเซตามอล” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การใช้ยานี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร เนื่องจากมีข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่ต้องพิจารณา หากคุณมีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ยา สามารถปรึกษาเภสัชกรผ่าน Line Mini App และสามารถใช้บริการ telehealth ของ MedCare ปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ได้ 24 ชม. ได้ทุกเมื่อ เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับสุขภาพของคุณ
